
เรื่องย่อ1
ซินเดอเรลล่าเดิมมีชื่อว่า เอลล่า (Ella) เป็นบุตรสาวของเศรษฐีผู้มั่งมี มารดาของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเล็ก เป็นเหตุให้บิดาของเอลล่าจำใจแต่งงานใหม่กับมาดามผู้หนึ่งซึ่งเป็นหม้ายและมีลูกสาวติดมาสองคนเพราะอยากให้เอลล่ามีแม่ ไม่นานนักหลังจากนั้น เศรษฐีผู้เป็นบิดาก็เสียชีวิต ทำให้ธาตุแท้ของแม่เลี้ยงปรากฏขึ้น นางกับลูกสาวใช้งานเอลล่าราวกับเป็นสาวใช้ และใช้จ่ายทรัพย์ที่เป็นของเอลล่าอย่างฟุ่มเฟือย ที่ร้ายกว่านั้น ทั้งสามยังเปลี่ยนชื่อของเอลล่า เป็น ซินเดอเรลล่า ที่แปลว่า สาวน้อยในเถ้าถ่าน เพราะพวกนางใช้งานเอลล่าจนเสื้อผ้าขาดปุปะมอมแมมไปทั้งตัวนั่นเอง
ซินเดอเรลล่ายอมทนลำบากทำงานเรื่อยมาจนกระทั่งวันหนึ่ง มีจดหมายเรียนเชิญหญิงสาวทั่วอาณาจักรให้มาที่พระราชวังเพื่อร่วมงานเต้นรำ แต่ความหมายที่แท้จริงก็คือ พระราชา ต้องการหาคู่ครองให้กับเจ้าชายซึ่งเป็นพระโอรสองค์เดียว จึงใช้งานเต้นรำบังหน้า เมื่อรู้ข่าว ลูกสาวทั้งสองต่างพากันดีใจที่บางทีตนอาจมีโอกาสได้เต้นรำและได้แต่งงานกับเจ้าชายก็เป็นไปได้ เช่นกันกับซินเดอเรลล่า เพราะเธอใฝ่ฝันมาตลอดเวลาว่าจะได้เต้นรำในฟลอร์ที่งดงามและเป็นอิสระจากงานบ้านอันล้นมือเหล่านี้ แต่แน่นอน เมื่อเด็กสาวขอไป แม่เลี้ยงใจร้ายจึงกลั่นแกล้งต่างๆ นานาจนซินเดอเรลล่าไม่มีชุดใส่ไปงานเต้นรำ
ซินเดอเรลล่าเสียใจมาก จึงหนีไปร้องไห้อยู่คนเดียว ทันใดนั้นนางฟ้าแม่ทูนหัวของซินเดอเรลล่าก็ปรากฏตัวขึ้นและบันดาลชุดที่สวยงามที่สุดให้ซินเดอเรลลา พร้อมกับบอกให้เด็กสาวไปงานเต้นรำ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องกลับมาก่อนเที่ยงคืน ไม่เช่นนั้นเวทมนตร์จะเสื่อมลงไปในทันที
ซินเดอเรลล่าได้ทำตามความฝัน แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ คู่เต้นรำที่เธอก็ไม่ทราบว่าเป็นใครนั้นคือเจ้าชายนั่นเอง ทั้งสองตกหลุมรักกันทั้งที่ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่าย แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ซินเดอเรลล่าก็รีบหนีไปโดยลืมรองเท้าแก้วเอาไว้ เจ้าชายเก็บรองเท้าไว้ได้จึงประกาศว่าจะทรงแต่งงานกับหญิงสาวที่สวมรองเท้าแก้วนี้ได้เท่านั้น
เสนาบดีได้นำรองเท้าแก้วไปตามบ้านต่างๆ เพื่อให้หญิงสาวทั่วอาณาจักรได้ลอง จนมาถึงบ้านแม่เลี้ยง เมื่อลูกสาวทั้งสองลองครบแล้ว นางก็โกหกว่าไม่มีหญิงสาวในบ้านอีก พร้อมทำลายรองเท้าแก้วจนแตกละเอียด ทุกคนต่างหมดหวังว่าจะไม่สามารถหาหญิงปริศนาของเจ้าชายพบ แต่สุดท้าย ซินเดอเรลล่าก็หยิบรองเท้าแก้วอีกข้างที่เก็บไว้ขึ้นมาและสวมให้กับเหล่าเสนาได้ดู ทำให้ซินเดอเรลล่าได้แต่งงานกับเจ้าชาย และมีความสุขตราบนานเท่านาน
(ข้อคิดในนิทาน: นารีมีรูปเป็นทรัพย์ แต่ความเมตตากรุณาเป็นสมบัติอันประมาณค่ามิได้ หากปราศจากความเมตตา ย่อมไม่มีสิ่งใดเป็นไปได้ ผู้มีความเมตตาย่อมสามารถทำได้ทุกสิ่ง
เรื่องย่อ2
บ้านหลังงามที่ตั้งอยู่ท่ามกลางดงดอกไม้นานาพรรณ ที่กำลังส่งกลิ่น หอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณเป็นของพ่อม่ายหนุ่มรูปงามผู้มั่งมีคนหนึ่ง เขาครองตัวเป็นโสดอยู่มาได้นานวัน นับจากที่ภรรยาสุดที่รัก ของเขา ได้เสียชีวิตลง เหตุเป็นเพราะเขารักลูกสาวคนเดียวของเขามาก เธอเป็น เด็กหญิงที่มีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่ยิ่ง เธอคนนั้นมีนามว่า " ซินเดอเรลล่า "
แต่แล้วอยู่ต่อมาไม่นาน พ่อม่ายรูปงามก็เกิดทนความเหงาไม่ได้ เขาได้ตกลงใจแต่งงานใหม่กับหญิงม่ายนางหนึ่ง
และทางฝ่ายนั้นก็ได้มีลูกติด มาด้วยถึงสองคน แรก ๆ ทั้งแม่เลี้ยง และลูกสาวของหล่อนต่างก็ทำเป็นรักและเอ็นดู
ซินเดอเรลล่าอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ก็เฉพาะแต่ในยามที่อยู่ต่อหน้าบิดาของเธอเท่านั้น นานวันเข้า ความงามของ
ซินเดอเรลล่าก็จะดูฉายชัดและ ล้ำหน้ามากไปกว่าสองสาวลูกสาว ของนางขึ้นมาเรื่อยๆ ความเอ็นดูจึงแปรเปลี่ยนไป จนกลายมาเป็นความริษยา และความเกลียดชังไปในที่สุด....
เมื่อบิดาของซินเดอเรลล่าได้ล้มป่วย และต้องมาตายจากไปก่อนวัย อันสมควรอย่างนั้นด้วยแล้ว ทุกอย่างจึงดูเหมือนกับว่าจะเข้าข้างนางแม่เลี้ยงและ สองสาวพี่น้องที่จะได้แกล้งให้
ซินเดอเรลล่าให้จมอยู่แต่ในครัว โดยเปลี่ยนสภาพ มาเป็นยิ่งกว่าคนใช้ เพราะนางแม่เลี้ยงได้ไล่คนใช้ในบ้านให้ออกไปทั้งหมด และนางได้ยกงานบ้านทุกอย่างให้เป็นของซินเดอเรลล่าไปโดยปริยาย....ดังนั้น ซินเดอเรลล่าจึงได้แต่วิ่งวุ่นหน้าเป็นมันอยู่แต่ที่ในครัว หัวหูยุ่งเหยิงไปหมดกับ การทำงานบ้านทั้งวันและทุกวัน ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนกับใครเขา จนอาจที่ จะพูดได้ว่าหากเป็น คนที่เพิ่งรู้จักกับครอบครัวนี้ ก็จะนึกว่า ครอบครัวนี้มีลูกสาว อยู่เพียงสองคน กับคนรับใช้สาวแสนสวยอีกคนหนึ่งเท่านั้น
วันหนึ่งพระราชาผู้ครองเขตแดนได้ประกาศจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองขึ้น บรรดาสาวงามทั่วทั้งอาณาจักรได้รับเชิญให้เข้าไปร่วมในงาน เพื่อให้เจ้าชาย รูปงามเลือกเป็นพระชายา สองสาวพี่-น้องก็ได้รับเชิญให้ไปในงานเลี้ยงครั้งนี้ กับเขาด้วย ตามปกติหลังจากที่เสร็จงานในครัวแล้ว
ซินเดอเรลล่ามักจะออกไปนั่งเล่นอยู่ที่สวน หลังบ้านเสมอ แต่วันนี้... พี่สาวทั้งสองของเธอไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอได้พักผ่อน เอาเสียเลย ด้วยเพราะทั้งสองได้เรียกซินเดอเรลล่าให้เข้าไปช่วย เตรียมเสื้อผ้า โดยบอกว่า
" ฉันสองคนจะไปงานเลี้ยงในวัง เตรียมรีดชุดให้ด้วย " หลังจากนั้น ทั้งสองก็คุยกันถึงงานที่จะมีในไม่ช้านั้นอย่างตื่นเต้น ต่างก็หวังใจว่า ถ้าเผื่อโชคดี บางทีเจ้าชายจะเชิญเธอ ทั้งสองเต้นรำก็อาจเป็นได้...ทั้งสองฝันหวานกันอย่าง มากเลยทีเดียว....
และแล้วก็ถึงวันงานที่สองสาวพี่-น้องรอคอยมาถึง ทั้งสองเรียก
ซินเดอเรลล่า แบบรีบเร่งว่า
" เร็วเข้า เอาเสื้อผ้าที่พวกเราเตรียมไว้มาเร็ว ๆ เข้าสิ..มัวแต่ชักช้าอยู่นั่นแหละ แล้วก็รีบมาทำผมให้เราสองคนด้วยเร็ว ๆ เรากำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงในพระราชวัง แล้วก็ไม่อยากที่จะไปให้ล่าช้ากว่าใครเสียด้วย..." ซินเดอเรลล่าไม่พูดว่าอะไร เธอเพียงแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำตามคำสั่ง ที่พี่สาวทั้งสองสั่งให้ทำอย่างเดียว เมื่อ พี่สาวทั้งสองแต่งตัวเสร็จแล้ว นางแม่เลี้ยงก็พูดกับ
ซินเดอเรลล่าว่า
" ลูกสาว แสนสวยทั้งสองของฉันได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยงที่ในวัง..ส่วนแกน่ะต้องเฝ้าบ้าน "ซินเดอเรลล่า " ได้ยินไหม ? มันเป็นหน้าที่ที่สำคัญของแก เข้าใจเสียด้วย " พูด แล้วนางก็เดินหันหลังให้ แล้วรีบเร่งไปยังพระราชวังพร้อมกับลูกสาวที่หยิ่งยโส ของนางทั้งสองทันที....
หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว
ซินเดอเรลล่ามีความรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ไว้ให้อยู่เพียงลำพัง..อย่างน่าสงสาร เธอนั่งฟุบหน้าลงไปที่บนเตียงและร่ำให้ จนน้ำตานองหน้า อย่างน้อยใจว่า
" ฉันมันคนวาสนาน้อยด้อยค่านัก ไม่มี สิทธิ์ที่จะไปไหนมาไหนกับใครเขา ฮื่อ..ฮื่อ..นี่ถ้าฉันจะได้ไปในงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย ฉันคงจะรู้สึกว่า โลกนี้ยังมีความสวยงาม หลงเหลืออยู่บ้างนะ แต่...ถึงฉันจะไปได้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะแต่งชุดไหนไปอยู่ดีนั่นแหละ ในเมื่อชุดสวย ๆ ของฉันนั้นไม่มี หลงเหลืออยู่เสียแล้ว... "
หญิงสาวพยายามตัดใจจากเรื่องงานเลี้ยง แล้วเตรียมตัวที่ จะเข้านอน แต่...ทันใดนั้นเอง.....
ก็ปรากฏร่างๆหนึ่งขึ้นที่ตรงหน้าต่างที่ในห้อง ร่างที่ปรากฏนั้นเป็นหญิงสูงอายุในมือ ของนางมีไม้เท้าที่มีดาวดวงเล็ก ๆ ติดอยู่ที่ปลายไม้ นางยิ้มให้ซินเดอเรลล่าและพูดทักทายว่า
" โถ..ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกินสาวน้อยคนดีของฉัน...ฉันเป็นแม่มดผู้ใจดี จ้ะ...ไม่ต้อง ทำหน้าตกใจอย่างนั้นสิ คำอธิฐานของเธอนั้นได้ยินไปถึงฉัน แล้วฉันก็เห็นว่าเธอเป็นคนดี เพราะฉะนั้น คำอธิฐานจึงมีสิทธิ์ที่จะเป็นไปได้ ฟังนะก่อนอื่นใด..เธอจงไปหา ผลฝักทอง มาหนึ่งผล , หนูนาหนึ่งตัว...อ้อ.. แล้วก็หนูสีขาวอีกหกตัวด้วยนะ... นำมาให้ฉันที่นี่ โดยด่วนเลย "
เมื่อซินเดอเรลล่าไปหาสิ่งที่แม่มดผู้ใจดีต้องการมาได้ทั้งหมดแล้ว นางแม่มดก็เริ่มร่าย เวทมนต์ขึ้นในทันที นางได้เสก ผลของฟักทองให้กลับกลายมาเป็นรถม้า คันงาม เสกหนูนาให้กลายเป็นคนขับประจำตัวของซินเดอเรลล่า และยังเสกหนู สี ขาวทั้งหกตัวนั้นให้กลายมาเป็นม้าเพื่อมาเทียบรถให้อีกเสียด้วย นางยิ้มอย่าง พอใจกับกับผลงานของนาง แล้วทีนี้ นางก็หันหน้ามาทางซินเดอเรลล่าแล้วพูดว่า
" ต่อจากนี้ก็มาถึงเธอแล้วล่ะ.. เธอจะไปงานเลี้ยงในวังด้วยชุดที่เก่า ๆ ปะแล้วปะอีก และซอมซ่ออย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ " ซินเดอเรลล่า " "
พูดจบนางก็ยกไม้เท้าที่มีดวงดาวเล็ก ๆ ของนางขึ้นมาอีกครั้ง แล้วชี้ไปที่ ตัวของซินเดอเรลล่า พลันก็ปรากฏแสงวาบจากปลาย ไม้เท้าพุ่งตรงไปยัง ร่างที่บอบบางนั้น และทันใดนั้นเอง ร่างบาง ๆ ของ
ซินเดอเรลล่า ที่อยู่ใน ชุดแต่งกายแบบเก่า ๆ ซอมซ่อเหมือนคนใช้ก็กลับกลายมาเป็นหญิงสาว แสนสวยสะคราญโฉมอยู่ในชุดแต่งกายที่สวยหรู ผมเผ้า หน้าตานั้นเล่า ก็ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างดีไปในทันทีทันใดนั้นเลย....
แล้วในตอนสุดท้ายแม่มดผู้ใจดีก็ยังได้มอบรองเท้าคู่งามที่ทำจากแก้ว บางใส สวมใส่ให้กับซินเดอเรลล่าอีกด้วย นางพูดอย่างใจดีว่า
" สำหรับ คนที่สวย ๆ อย่างเธอก็จะต้องคู่ควรกับรองเท้าแก้วคู่สวย ๆ คู่นี้...ถึงจะถูกใช่ไหม ? "
รองเท้าแก้วคู่งามคู่นั้นช่างเหมาะสม และยังใส่ได้อย่างพอดิบพอดีกับเท้าเล็ก ๆ ของซินเดอเรลล่าอีกเสียด้วยสิ...
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย แม่มดผู้ใจดีก็ได้กระซิบบอกกับ ซินเดอเรลล่าว่า
" เอาละ ทีนี้เธอก็ไปงานเลี้ยงได้แล้ว ฉันรับรองว่า เจ้าชายจะต้องไม่ยอม ไปไหนให้ห่างจากเธอแน่นอน อ้อ...แต่ก็มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่งว่า เธอต้อง ออกมาจากงานนั้นก่อนที่เที่ยงคืนจะมาถึง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว เธอ จะต้อง กลับร่างมาสู่ในสภาพเดิมอย่างเก่าของเธอต่อหน้าแขกทุกคน รวมทั้งคนสำคัญ ที่เป็นหัวใจของงานอย่างเจ้าชายด้วย รับปากฉันสิ " ซินเดอเรลล่า... "
ทั้ง ๆ ที่ยังจะงง ๆ อยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ซินเดอเรลล่าก็พยักหน้ารับคำ แล้วแม่มดผู้ใจดีก็หายตัวไป สารถีร่างเล็กหน้าหลิมได้เชิญหญิงสาวให้ขึ้นรถ แล้วก็เดินทางออกไปสู่จุดมุ่งหมายคือพระราชวัง....ทันที
ทันทีที่หญิงสาวก้าวท้าวเข้าไปสู่ในบริเวณงาน สายตาทุกคู่ก็เหมือน พร้อมใจกันหันหน้ามามองดูเธอกันเป็นตาเดียว พวกเขาต่างก็อ้าปาก ค้าง กับสภาพสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นหญิงสาว คนไหน จะสวย สง่า เท่าหญิงสาวคนนี้ ไม่เคยเห็นชุดที่ไหน จะสวยงามเท่าชุด ที่เธอสวมใส่ และ อาการของทุกคนก็ทำเอาซินเดอเรลล่าซึ่งห่างจากเรื่องการ ออกงานมานานนั้นอดที่จะ ประหม่าเขินอายเสียมิได้เลยทีเดียว แต่ขณะที่เธอ กำลังยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่นั้นเอง เสียงนุ่มทุ้มของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา
" ให้เกียรติเต้นรำกับฉันได้ไหม ??"
นเดอเรลล่าหันหน้ามามองสบตากับเจ้าของเสียง แล้วต่างคนก็ต่างสบตา กันนิ่งอยู่ราวกับมีแรงดึงดูดขนาดใหญ่ที่ดึงดูด พวกเขาทั้งสองให้เข้าหากัน เสมือนกับว่าสรรพสิ่งรอบกายชั่วขณะนั้นหยุดการเคลื่อนไหว พวกเขามอง เห็นเพียงกันและกัน และก็ตกหลุมรักกันในทันที
ซินเดอเรลล่าเขินอายจนทำอะไร ไม่ถูกเมื่อได้สบสายตาอันคบกริบที่ทอดมองมา แม้เธอจะไม่รู้จักผู้ชายตรงหน้า นี้มาก่อน แต่จากเครื่องแต่งกายและบุคคลิกที่สง่างาม แฝงไว้ด้วยอำนาจ ก็ทำให้ ซินเดอเรลล่ารู้ได้ทันทีว่า ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอขณะนี้นั้น จะเป็นใคร ไปเสียมิได้นอกจากคนสำคัญที่สุดของงานในค่ำคืนนี้...
ใช่แล้ว... "เจ้าชาย ! "
" เต้นรำกันเถอะ สาวน้อย "
เจ้าชายรูปงามเอ่ยย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นหญิงสาวยังยืน เงียบอยู่ คราวนี้หญิงสาวไม่ปฏิเสธคำชวน และมือแข็งแรงที่ยื่นออกมาเชื้อเชิญตรงหน้า.... หลังจากนั้นก็ดูเหมือนกับว่า โลกทั้งโลกนี้นั้นจะมีก็แต่เพียงพวก เขาสองคนเท่านั้น พวกเขาต่างเต้นรำกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลยทีเดียว....และในงานนั้นนาง แม่เลี้ยงทั้งลูกสาวทั้งสองของนางต่างก็ยืนจ้องมองกันอยู่อย่างอิจฉาตาร้อน ในความ สวยงามของหญิงสาวที่กำลังเต้นรำ อยู่ในวงแขนของเจ้าชายที่พวกเธอไฝ่ฟันอยาก ที่จะเป็นเจ้าของหนักหนา แต่ไม่ว่าพวกเขาจะจ้องมองยังไง พวกเขาก็จะไม่ทันที่จะ นึกหรือจำได้หรอกว่า หญิงสาวแสนสวยที่พวกเขามองอยู่จะเป็น " ซินเดอเรลล่า" ลูกเลี้ยงและน้องสาวที่แสนสกปรกมอมแมมของบ้านที่พวกเขาเกลียดแสนเกียดผู้นั้น ได้เสียด้วย!
ครั้นพอใกล้ที่จะถึงเวลาเที่ยงคืน เมื่อซินเดอเรลล่ารู้สึกตัวขึ้นนาฬิกาก็กำลัง จะตีบอกเวลาเที่ยงคืนเข้าพอดี หญิงสาว รีบบอกขอตัวอำลาเจ้าชายทันที แล้วเริ่มวิ่งออกไปจากงาน ซึ่งเธอจำได้ถึงคำพูดที่แม่มดผู้ใจดีได้บอกเธอไว้
" หม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ " แต่เจ้าชายพยายามที่จะถามนามของหญิงสาว ที่พระองค์ได้ตระกองกอดหมุนเต้นรำไปทั่วทั้งงาน หากแต่หญิงสาวไม่ได้ ให้คำตอบ เพราะได้แต่รุกรนและพยายามที่จะปลีกตัวออกไปจากงานให้จงได้ เจ้าชายพยายามรั้งเธอเอาไว้ หญิงสาวดิ้นรน และสุดท้ายก็หลุดออกมาจากอ้อม กอดของเจ้าชายจนได้ แล้วรีบวิ่งออกไปจากงานโดยที่มีเจ้าชายก็ได้วิ่งตามเธอ มาติด ๆ พลางร้องเรียก
" เดี๋ยวก่อน..เธอเป็นใครกันสาวน้อย กรุณาบอกชื่อ และที่อยู่ของเธอให้แก่ฉันก่อนสิ... !"
แต่ก็ไม่มีการหันหลังกลับจาก
ซินเดอเรลล่า หญิงสาวยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง... แล้วก็วิ่ง
และด้วยความเร็วบวกกับกระโปงที่ยาวรุ่มร่ามของเธอทำให้หญิง สาวสะดุดบันใดล้มลง รองเท้าแก้วข้างหนึ่งต้องเป็นอันหลุดออกจากเท้า แต่เธอก็ไม่มีเวลาพอที่จะหันกลับมาเก็บมันเสียแล้ว....เพราะทั้งเจ้าชายและ ทหารได้วิ่งตามมาติด ๆ หญิงสาวจึงจำต้องทิ้งรองเท้าแก้ว แสนสวยข้างหนึ่ง ไว้ที่นั่น เจ้าชายหยิบรองเท้าแก้วข้างนั้นขึ้นมา และมองมันนิ่งอย่างพยายามใช้คิด.....
ส่วนข้างฝ่ายซินเดอเรลล่านั้น เมื่อเสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนแล้ว....ทุก ๆ อย่างก็เริ่มละลายจางหายไปในทันที มันกลับสภาพคืนมาสู่สภาพเดิมของมัน ตามปกติ เสื้อผ้าที่แสนสวยงามทั้งหน้าตาที่ถูกตบแต่งไว้อย่างดีนั้นหรือ ก็จางหาย ไปจนหมด...ไม่ว่าจะเป็นรถม้า คนขับรถม้าประจำตัวของเธอและรวมถึงม้าทั้งหก ตัวนั้นมันก็ได้กลับคืนมาสู่สภาพเดิมหรือร่างของมัน พวกมันต่างก็วิ่งหนีหายไปใน ความมืดในที่สุด...ซินเดอเรลล่า นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นดินอย่างเหน็ดเหนื่อยในชุดที่ ซอมซ่ออย่างเดิมของเธอ...แต่จะเป็นด้วยเพราะอะไรก็ไม่รู้ที่รองเท้าแก้วข้างเดียว ที่เธอสวมใส่อยู่ในขณะนั้นมันยังคงหลงเหลืออยู่ที่เท้าของเธอไม่ยอมจางหายไปทางไหน...
น่าแปลกใจเป็นอย่างมาก
และในเช้าของวันต่อมา เจ้าชายก็ให้ทหารไปป่าวประกาศไปทั่วทั้งเมือง ว่า
" หญิงสาวคนใดที่สามารถสวมใส่รองเท้าแก้วที่มีอยู่ ข้างเดียวนี้ได้ จะได้เข้าพิธีอภิเสกสมรสกับเจ้าชายทันที "
ข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่ว ทั้งเมือง เพราะปรากฏว่ามีหญิงสาวมากมายอาสาเข้ามาลองใส่รองเท้า แก้วข้างนั้นกันอย่างมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครที่จะใส่รองเท้าข้างนั้น ได้สักคน ทหารจึงจำต้องนำรองเท้าข้างนั้นออกนอกเมือง ไปยังหมู่บ้าน ต่าง ๆ เพื่อให้หญิงสาวทั้งหลายได้ลองสวมใส่ได้อย่างทั่วถึง...แต่ผลก็เป็น เช่นเดิม คือยังไม่มีใครตนใดที่จะใส่รองเท้าแก้วข้างนั้นได้สักเลยคนเดียว..
จนกระทั่งขบวนทหารได้มาถึงที่บ้านของ
ซินเดอเรลล่า พี่สาวสองคน ของเธอดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ทั้งสองต่างก็หวังว่าตัวเอง อาจจะสามารถ สวมใส่รองเท้าข้างนั้นได้ แต่สำหรับพี่สาวคนโตรองเท้าแก้วข้างนั้นเล็ก ไปสำหรับเธอ ส่วนพี่สาวคนที่สองเท้าของเธอก็เล็กเกินไปสำหรับรองเท้า แก้วแสนสวยข้างนั้นทหารจึงได้ขอตัวเตรียมที่จะลากลับ....
แล้วในขณะนั้นซินเดอเรลล่า ก็ได้ออกมาปรากฏตัวขึ้นและพูดว่า
" ขอให้ฉันได้ลองสวมรองเท้าข้างนั้น ดูหน่อยได้มั้ยคะ " เมื่อเธอพูดจบเสียงหัวเราะ หยามหยันจากแม่เลี้ยงและพี่สาวทั้งสองของเธอก็ดังขึ้น นางแม่เลี้ยงยืนเท้าสะเอว และพูดว่า
" ชะ แม่คนนี้ ขนาดพี่สาวแสนสวยทั้งสองของแกยังใส่ไม่ได้เลย แล้ว น้ำหน้าอย่างแก จะมีภูมิปัญญาถึงได้ยังไง ?... " ตอนท้ายนางยังหันไปทางนายทหาร เหล่านั้นแล้วพูดแบบออกคำสั่งว่า " เก็บรองเท้า นั่นกลับไปเถิด ที่นี่ไม่มีใครจะใส่ รองเท้าแก้วข้างนั้นได้อีกแล้ว "
แต่นายทหารทั้งหลายไม่ยอมทำตามคำสั่งของนางแม่เลี้ยงอย่างง่าย ๆ เขา ได้พูดขึ้นว่า " เจ้าชายได้บอกและออกคำสั่ง กำชับกับเรามาว่า ต้องให้หญิง สาวทุกคนที่อยู่ในเมืองนี้ได้ลองใส่ทุกคน เพราะฉะนั้นถึงนางจะเป็นใคร หรือจะอยู่ในฐานะเช่นไรก็ตามทีเถอะ นางนั้นมีสิทธิ์ " พูดจบเขาก็ยื่นรองเท้า ให้ซินเดอเรลล่าสวมใส่ท่ามกลางสายตาแห่งความไม่พอใจของทั้งสามคนนั่นแหละ และทันที ที่ซินเดอเรลล่าลองสวมดูก็ปรากฏว่า เธอสวมรองเท้าแก้วข้างนั้นได้อย่าง เหมาะสม นำความแปลกใจและตกใจมาสู่ทุก ๆ คน แล้วซินเดอเรลล่า ก็ได้นำเอา รองเท้าแก้วอีกข้างหนึ่งที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้นั้นออกมา...........
นายทหารดีใจมากรีบนำเรื่องไปทูลเจ้าชาย เจ้าชายก็ทรงดีพระทัยเป็นอย่างมาก และได้รีบยกขบวนกันไปที่บ้านของ ซินเดอเรลล่า และไม่นานจากนั้นต่อมา เจ้าชายก็จัดพิธีอภิเษกสมรสกับซินเดอเรลล่า อย่างมโหฬาร และจากนั้นทั้งสองก็ ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดมา...
คติที่น่าชื่นชมของนิทานเรื่อง
ซินเดอเรลล่า ก็คงจะมีอยู่ที่ว่า
" ความดี ความอดทน จะส่งผล ที่หอมหวานเสมอ..."ใช่ไหมคะ.....
จบบริบูรณ์
นำแสดงโดยในละครเวที ร.ร.ชุมทาง
1. ณิชารีย์ นิลาภรณ์กุล รับบท ซินเดอเรลล่า
2. ธารารัตน์ ตาตะบุตร รับบท เจ้าชาย,แมวของซินเดอเรลล่า
3. นันทพัทธ์ ศิริรักกุล รับบท มาดาม แม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่า
4. ภูมิศักดิ์ ภูมิพานิช รับบท ลูกสาวมาดามคนโต
5. รุ่งทิพย์ ยุติธรรม รับบท ลูกสาวมาดามคนรอง
6. จิตตรี สุขใจ รับบท หัวหน้านางฟ้า
7. อภิลักษณ์ หรั่งปราง รับบท มหาดใหญ่
8. คมกฤช สอนสิริปัญญา รับบท อำมาตย์ใหญ่
9. การันต์ ยินตัน รับบท แมว
9. การันต์ ยินตัน รับบท แมว
10. ณัฐณิชา แผนสท้าน รับบท นางฟ้าลูกน้อง
11. สุธาธินี นิยมสกุลเกียรติ รับบท นักดนตรี
รับเชิญ
12. สหัสวรรษ จุ๋มป๋า รับบท อำมาตย์
13. นภาลัย แซ่เซียว รับบท นักร้อง
14. ภิมุข เชอสิง รับบท อำมาตย์คนสุดท้าย
15. อรัญญา กุลพิศาล รับบท นางฟ้า
15. อรัญญา กุลพิศาล รับบท นางฟ้า

.png)