วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ซินเดอเรลล่า






เรื่องย่อ1



      ซินเดอเรลล่าเดิมมีชื่อว่า เอลล่า (Ella) เป็นบุตรสาวของเศรษฐีผู้มั่งมี มารดาของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเล็ก เป็นเหตุให้บิดาของเอลล่าจำใจแต่งงานใหม่กับมาดามผู้หนึ่งซึ่งเป็นหม้ายและมีลูกสาวติดมาสองคนเพราะอยากให้เอลล่ามีแม่ ไม่นานนักหลังจากนั้น เศรษฐีผู้เป็นบิดาก็เสียชีวิต ทำให้ธาตุแท้ของแม่เลี้ยงปรากฏขึ้น นางกับลูกสาวใช้งานเอลล่าราวกับเป็นสาวใช้ และใช้จ่ายทรัพย์ที่เป็นของเอลล่าอย่างฟุ่มเฟือย ที่ร้ายกว่านั้น ทั้งสามยังเปลี่ยนชื่อของเอลล่า เป็น ซินเดอเรลล่า ที่แปลว่า สาวน้อยในเถ้าถ่าน เพราะพวกนางใช้งานเอลล่าจนเสื้อผ้าขาดปุปะมอมแมมไปทั้งตัวนั่นเอง
ซินเดอเรลล่ายอมทนลำบากทำงานเรื่อยมาจนกระทั่งวันหนึ่ง มีจดหมายเรียนเชิญหญิงสาวทั่วอาณาจักรให้มาที่พระราชวังเพื่อร่วมงานเต้นรำ แต่ความหมายที่แท้จริงก็คือ พระราชา ต้องการหาคู่ครองให้กับเจ้าชายซึ่งเป็นพระโอรสองค์เดียว จึงใช้งานเต้นรำบังหน้า เมื่อรู้ข่าว ลูกสาวทั้งสองต่างพากันดีใจที่บางทีตนอาจมีโอกาสได้เต้นรำและได้แต่งงานกับเจ้าชายก็เป็นไปได้ เช่นกันกับซินเดอเรลล่า เพราะเธอใฝ่ฝันมาตลอดเวลาว่าจะได้เต้นรำในฟลอร์ที่งดงามและเป็นอิสระจากงานบ้านอันล้นมือเหล่านี้ แต่แน่นอน เมื่อเด็กสาวขอไป แม่เลี้ยงใจร้ายจึงกลั่นแกล้งต่างๆ นานาจนซินเดอเรลล่าไม่มีชุดใส่ไปงานเต้นรำ
ซินเดอเรลล่าเสียใจมาก จึงหนีไปร้องไห้อยู่คนเดียว ทันใดนั้นนางฟ้าแม่ทูนหัวของซินเดอเรลล่าก็ปรากฏตัวขึ้นและบันดาลชุดที่สวยงามที่สุดให้ซินเดอเรลลา พร้อมกับบอกให้เด็กสาวไปงานเต้นรำ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องกลับมาก่อนเที่ยงคืน ไม่เช่นนั้นเวทมนตร์จะเสื่อมลงไปในทันที
ซินเดอเรลล่าได้ทำตามความฝัน แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ คู่เต้นรำที่เธอก็ไม่ทราบว่าเป็นใครนั้นคือเจ้าชายนั่นเอง ทั้งสองตกหลุมรักกันทั้งที่ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่าย แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ซินเดอเรลล่าก็รีบหนีไปโดยลืมรองเท้าแก้วเอาไว้ เจ้าชายเก็บรองเท้าไว้ได้จึงประกาศว่าจะทรงแต่งงานกับหญิงสาวที่สวมรองเท้าแก้วนี้ได้เท่านั้น
เสนาบดีได้นำรองเท้าแก้วไปตามบ้านต่างๆ เพื่อให้หญิงสาวทั่วอาณาจักรได้ลอง จนมาถึงบ้านแม่เลี้ยง เมื่อลูกสาวทั้งสองลองครบแล้ว นางก็โกหกว่าไม่มีหญิงสาวในบ้านอีก พร้อมทำลายรองเท้าแก้วจนแตกละเอียด ทุกคนต่างหมดหวังว่าจะไม่สามารถหาหญิงปริศนาของเจ้าชายพบ แต่สุดท้าย ซินเดอเรลล่าก็หยิบรองเท้าแก้วอีกข้างที่เก็บไว้ขึ้นมาและสวมให้กับเหล่าเสนาได้ดู ทำให้ซินเดอเรลล่าได้แต่งงานกับเจ้าชาย และมีความสุขตราบนานเท่านาน
(ข้อคิดในนิทาน: นารีมีรูปเป็นทรัพย์ แต่ความเมตตากรุณาเป็นสมบัติอันประมาณค่ามิได้ หากปราศจากความเมตตา ย่อมไม่มีสิ่งใดเป็นไปได้ ผู้มีความเมตตาย่อมสามารถทำได้ทุกสิ่ง

เรื่องย่อ2


บ้านหลังงามที่ตั้งอยู่ท่ามกลางดงดอกไม้นานาพรรณ ที่กำลังส่งกลิ่น หอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณเป็นของพ่อม่ายหนุ่มรูปงามผู้มั่งมีคนหนึ่ง เขาครองตัวเป็นโสดอยู่มาได้นานวัน นับจากที่ภรรยาสุดที่รัก ของเขา ได้เสียชีวิตลง เหตุเป็นเพราะเขารักลูกสาวคนเดียวของเขามาก เธอเป็น เด็กหญิงที่มีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่ยิ่ง เธอคนนั้นมีนามว่า " ซินเดอเรลล่า "
แต่แล้วอยู่ต่อมาไม่นาน พ่อม่ายรูปงามก็เกิดทนความเหงาไม่ได้ เขาได้ตกลงใจแต่งงานใหม่กับหญิงม่ายนางหนึ่ง
และทางฝ่ายนั้นก็ได้มีลูกติด มาด้วยถึงสองคน แรก ๆ ทั้งแม่เลี้ยง และลูกสาวของหล่อนต่างก็ทำเป็นรักและเอ็นดู
ซินเดอเรลล่าอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ก็เฉพาะแต่ในยามที่อยู่ต่อหน้าบิดาของเธอเท่านั้น นานวันเข้า ความงามของ
ซินเดอเรลล่าก็จะดูฉายชัดและ ล้ำหน้ามากไปกว่าสองสาวลูกสาว ของนางขึ้นมาเรื่อยๆ ความเอ็นดูจึงแปรเปลี่ยนไป จนกลายมาเป็นความริษยา และความเกลียดชังไปในที่สุด....
เมื่อบิดาของซินเดอเรลล่าได้ล้มป่วย และต้องมาตายจากไปก่อนวัย อันสมควรอย่างนั้นด้วยแล้ว ทุกอย่างจึงดูเหมือนกับว่าจะเข้าข้างนางแม่เลี้ยงและ สองสาวพี่น้องที่จะได้แกล้งให้
ซินเดอเรลล่าให้จมอยู่แต่ในครัว โดยเปลี่ยนสภาพ มาเป็นยิ่งกว่าคนใช้ เพราะนางแม่เลี้ยงได้ไล่คนใช้ในบ้านให้ออกไปทั้งหมด และนางได้ยกงานบ้านทุกอย่างให้เป็นของซินเดอเรลล่าไปโดยปริยาย....ดังนั้น ซินเดอเรลล่าจึงได้แต่วิ่งวุ่นหน้าเป็นมันอยู่แต่ที่ในครัว หัวหูยุ่งเหยิงไปหมดกับ การทำงานบ้านทั้งวันและทุกวัน ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนกับใครเขา จนอาจที่ จะพูดได้ว่าหากเป็น คนที่เพิ่งรู้จักกับครอบครัวนี้ ก็จะนึกว่า ครอบครัวนี้มีลูกสาว อยู่เพียงสองคน กับคนรับใช้สาวแสนสวยอีกคนหนึ่งเท่านั้น
วันหนึ่งพระราชาผู้ครองเขตแดนได้ประกาศจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองขึ้น บรรดาสาวงามทั่วทั้งอาณาจักรได้รับเชิญให้เข้าไปร่วมในงาน เพื่อให้เจ้าชาย รูปงามเลือกเป็นพระชายา สองสาวพี่-น้องก็ได้รับเชิญให้ไปในงานเลี้ยงครั้งนี้ กับเขาด้วย ตามปกติหลังจากที่เสร็จงานในครัวแล้ว
ซินเดอเรลล่ามักจะออกไปนั่งเล่นอยู่ที่สวน หลังบ้านเสมอ แต่วันนี้... พี่สาวทั้งสองของเธอไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอได้พักผ่อน เอาเสียเลย ด้วยเพราะทั้งสองได้เรียกซินเดอเรลล่าให้เข้าไปช่วย เตรียมเสื้อผ้า โดยบอกว่า

             
              " ฉันสองคนจะไปงานเลี้ยงในวัง เตรียมรีดชุดให้ด้วย " หลังจากนั้น ทั้งสองก็คุยกันถึงงานที่จะมีในไม่ช้านั้นอย่างตื่นเต้น ต่างก็หวังใจว่า ถ้าเผื่อโชคดี บางทีเจ้าชายจะเชิญเธอ ทั้งสองเต้นรำก็อาจเป็นได้...ทั้งสองฝันหวานกันอย่าง มากเลยทีเดียว....

และแล้วก็ถึงวันงานที่สองสาวพี่-น้องรอคอยมาถึง ทั้งสองเรียก

ซินเดอเรลล่า แบบรีบเร่งว่า

" เร็วเข้า เอาเสื้อผ้าที่พวกเราเตรียมไว้มาเร็ว ๆ เข้าสิ..มัวแต่ชักช้าอยู่นั่นแหละ แล้วก็รีบมาทำผมให้เราสองคนด้วยเร็ว ๆ เรากำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงในพระราชวัง แล้วก็ไม่อยากที่จะไปให้ล่าช้ากว่าใครเสียด้วย..." ซินเดอเรลล่าไม่พูดว่าอะไร เธอเพียงแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำตามคำสั่ง ที่พี่สาวทั้งสองสั่งให้ทำอย่างเดียว เมื่อ พี่สาวทั้งสองแต่งตัวเสร็จแล้ว นางแม่เลี้ยงก็พูดกับ

ซินเดอเรลล่าว่า

" ลูกสาว แสนสวยทั้งสองของฉันได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยงที่ในวัง..ส่วนแกน่ะต้องเฝ้าบ้าน "ซินเดอเรลล่า " ได้ยินไหม ? มันเป็นหน้าที่ที่สำคัญของแก เข้าใจเสียด้วย " พูด แล้วนางก็เดินหันหลังให้ แล้วรีบเร่งไปยังพระราชวังพร้อมกับลูกสาวที่หยิ่งยโส ของนางทั้งสองทันที....

         หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว
ซินเดอเรลล่ามีความรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ไว้ให้อยู่เพียงลำพัง..อย่างน่าสงสาร เธอนั่งฟุบหน้าลงไปที่บนเตียงและร่ำให้ จนน้ำตานองหน้า อย่างน้อยใจว่า

           " ฉันมันคนวาสนาน้อยด้อยค่านัก ไม่มี สิทธิ์ที่จะไปไหนมาไหนกับใครเขา ฮื่อ..ฮื่อ..นี่ถ้าฉันจะได้ไปในงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย ฉันคงจะรู้สึกว่า โลกนี้ยังมีความสวยงาม หลงเหลืออยู่บ้างนะ แต่...ถึงฉันจะไปได้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะแต่งชุดไหนไปอยู่ดีนั่นแหละ ในเมื่อชุดสวย ๆ ของฉันนั้นไม่มี หลงเหลืออยู่เสียแล้ว... "

หญิงสาวพยายามตัดใจจากเรื่องงานเลี้ยง แล้วเตรียมตัวที่ จะเข้านอน แต่...ทันใดนั้นเอง.....


ก็ปรากฏร่างๆหนึ่งขึ้นที่ตรงหน้าต่างที่ในห้อง ร่างที่ปรากฏนั้นเป็นหญิงสูงอายุในมือ ของนางมีไม้เท้าที่มีดาวดวงเล็ก ๆ ติดอยู่ที่ปลายไม้ นางยิ้มให้ซินเดอเรลล่าและพูดทักทายว่า

" โถ..ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกินสาวน้อยคนดีของฉัน...ฉันเป็นแม่มดผู้ใจดี จ้ะ...ไม่ต้อง ทำหน้าตกใจอย่างนั้นสิ คำอธิฐานของเธอนั้นได้ยินไปถึงฉัน แล้วฉันก็เห็นว่าเธอเป็นคนดี เพราะฉะนั้น คำอธิฐานจึงมีสิทธิ์ที่จะเป็นไปได้ ฟังนะก่อนอื่นใด..เธอจงไปหา ผลฝักทอง มาหนึ่งผล , หนูนาหนึ่งตัว...อ้อ.. แล้วก็หนูสีขาวอีกหกตัวด้วยนะ... นำมาให้ฉันที่นี่ โดยด่วนเลย "


เมื่อซินเดอเรลล่าไปหาสิ่งที่แม่มดผู้ใจดีต้องการมาได้ทั้งหมดแล้ว นางแม่มดก็เริ่มร่าย เวทมนต์ขึ้นในทันที นางได้เสก ผลของฟักทองให้กลับกลายมาเป็นรถม้า คันงาม เสกหนูนาให้กลายเป็นคนขับประจำตัวของซินเดอเรลล่า และยังเสกหนู สี ขาวทั้งหกตัวนั้นให้กลายมาเป็นม้าเพื่อมาเทียบรถให้อีกเสียด้วย นางยิ้มอย่าง พอใจกับกับผลงานของนาง แล้วทีนี้ นางก็หันหน้ามาทางซินเดอเรลล่าแล้วพูดว่า

" ต่อจากนี้ก็มาถึงเธอแล้วล่ะ.. เธอจะไปงานเลี้ยงในวังด้วยชุดที่เก่า ๆ ปะแล้วปะอีก และซอมซ่ออย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ " ซินเดอเรลล่า " "


พูดจบนางก็ยกไม้เท้าที่มีดวงดาวเล็ก ๆ ของนางขึ้นมาอีกครั้ง แล้วชี้ไปที่ ตัวของซินเดอเรลล่า พลันก็ปรากฏแสงวาบจากปลาย ไม้เท้าพุ่งตรงไปยัง ร่างที่บอบบางนั้น และทันใดนั้นเอง ร่างบาง ๆ ของ

ซินเดอเรลล่า ที่อยู่ใน ชุดแต่งกายแบบเก่า ๆ ซอมซ่อเหมือนคนใช้ก็กลับกลายมาเป็นหญิงสาว แสนสวยสะคราญโฉมอยู่ในชุดแต่งกายที่สวยหรู ผมเผ้า หน้าตานั้นเล่า ก็ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างดีไปในทันทีทันใดนั้นเลย....


แล้วในตอนสุดท้ายแม่มดผู้ใจดีก็ยังได้มอบรองเท้าคู่งามที่ทำจากแก้ว บางใส สวมใส่ให้กับซินเดอเรลล่าอีกด้วย นางพูดอย่างใจดีว่า


" สำหรับ คนที่สวย ๆ อย่างเธอก็จะต้องคู่ควรกับรองเท้าแก้วคู่สวย ๆ คู่นี้...ถึงจะถูกใช่ไหม ? "

รองเท้าแก้วคู่งามคู่นั้นช่างเหมาะสม และยังใส่ได้อย่างพอดิบพอดีกับเท้าเล็ก ๆ ของซินเดอเรลล่าอีกเสียด้วยสิ...


เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย แม่มดผู้ใจดีก็ได้กระซิบบอกกับ ซินเดอเรลล่าว่า

" เอาละ ทีนี้เธอก็ไปงานเลี้ยงได้แล้ว ฉันรับรองว่า เจ้าชายจะต้องไม่ยอม ไปไหนให้ห่างจากเธอแน่นอน อ้อ...แต่ก็มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่งว่า เธอต้อง ออกมาจากงานนั้นก่อนที่เที่ยงคืนจะมาถึง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว เธอ จะต้อง กลับร่างมาสู่ในสภาพเดิมอย่างเก่าของเธอต่อหน้าแขกทุกคน รวมทั้งคนสำคัญ ที่เป็นหัวใจของงานอย่างเจ้าชายด้วย รับปากฉันสิ " ซินเดอเรลล่า... "

ทั้ง ๆ ที่ยังจะงง ๆ อยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ซินเดอเรลล่าก็พยักหน้ารับคำ แล้วแม่มดผู้ใจดีก็หายตัวไป สารถีร่างเล็กหน้าหลิมได้เชิญหญิงสาวให้ขึ้นรถ แล้วก็เดินทางออกไปสู่จุดมุ่งหมายคือพระราชวัง....ทันที


ทันทีที่หญิงสาวก้าวท้าวเข้าไปสู่ในบริเวณงาน สายตาทุกคู่ก็เหมือน พร้อมใจกันหันหน้ามามองดูเธอกันเป็นตาเดียว พวกเขาต่างก็อ้าปาก ค้าง กับสภาพสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นหญิงสาว คนไหน จะสวย สง่า เท่าหญิงสาวคนนี้ ไม่เคยเห็นชุดที่ไหน จะสวยงามเท่าชุด ที่เธอสวมใส่ และ อาการของทุกคนก็ทำเอาซินเดอเรลล่าซึ่งห่างจากเรื่องการ ออกงานมานานนั้นอดที่จะ ประหม่าเขินอายเสียมิได้เลยทีเดียว แต่ขณะที่เธอ กำลังยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่นั้นเอง เสียงนุ่มทุ้มของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา

" ให้เกียรติเต้นรำกับฉันได้ไหม ??"

นเดอเรลล่าหันหน้ามามองสบตากับเจ้าของเสียง แล้วต่างคนก็ต่างสบตา กันนิ่งอยู่ราวกับมีแรงดึงดูดขนาดใหญ่ที่ดึงดูด พวกเขาทั้งสองให้เข้าหากัน เสมือนกับว่าสรรพสิ่งรอบกายชั่วขณะนั้นหยุดการเคลื่อนไหว พวกเขามอง เห็นเพียงกันและกัน และก็ตกหลุมรักกันในทันที

ซินเดอเรลล่าเขินอายจนทำอะไร ไม่ถูกเมื่อได้สบสายตาอันคบกริบที่ทอดมองมา แม้เธอจะไม่รู้จักผู้ชายตรงหน้า นี้มาก่อน แต่จากเครื่องแต่งกายและบุคคลิกที่สง่างาม แฝงไว้ด้วยอำนาจ ก็ทำให้ ซินเดอเรลล่ารู้ได้ทันทีว่า ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอขณะนี้นั้น จะเป็นใคร ไปเสียมิได้นอกจากคนสำคัญที่สุดของงานในค่ำคืนนี้...
ใช่แล้ว... "เจ้าชาย ! "


" เต้นรำกันเถอะ สาวน้อย "

เจ้าชายรูปงามเอ่ยย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นหญิงสาวยังยืน เงียบอยู่ คราวนี้หญิงสาวไม่ปฏิเสธคำชวน และมือแข็งแรงที่ยื่นออกมาเชื้อเชิญตรงหน้า.... หลังจากนั้นก็ดูเหมือนกับว่า โลกทั้งโลกนี้นั้นจะมีก็แต่เพียงพวก เขาสองคนเท่านั้น พวกเขาต่างเต้นรำกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลยทีเดียว....และในงานนั้นนาง แม่เลี้ยงทั้งลูกสาวทั้งสองของนางต่างก็ยืนจ้องมองกันอยู่อย่างอิจฉาตาร้อน ในความ สวยงามของหญิงสาวที่กำลังเต้นรำ อยู่ในวงแขนของเจ้าชายที่พวกเธอไฝ่ฟันอยาก ที่จะเป็นเจ้าของหนักหนา แต่ไม่ว่าพวกเขาจะจ้องมองยังไง พวกเขาก็จะไม่ทันที่จะ นึกหรือจำได้หรอกว่า หญิงสาวแสนสวยที่พวกเขามองอยู่จะเป็น " ซินเดอเรลล่า" ลูกเลี้ยงและน้องสาวที่แสนสกปรกมอมแมมของบ้านที่พวกเขาเกลียดแสนเกียดผู้นั้น ได้เสียด้วย!

ครั้นพอใกล้ที่จะถึงเวลาเที่ยงคืน เมื่อซินเดอเรลล่ารู้สึกตัวขึ้นนาฬิกาก็กำลัง จะตีบอกเวลาเที่ยงคืนเข้าพอดี หญิงสาว รีบบอกขอตัวอำลาเจ้าชายทันที แล้วเริ่มวิ่งออกไปจากงาน ซึ่งเธอจำได้ถึงคำพูดที่แม่มดผู้ใจดีได้บอกเธอไว้

" หม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ " แต่เจ้าชายพยายามที่จะถามนามของหญิงสาว ที่พระองค์ได้ตระกองกอดหมุนเต้นรำไปทั่วทั้งงาน หากแต่หญิงสาวไม่ได้ ให้คำตอบ เพราะได้แต่รุกรนและพยายามที่จะปลีกตัวออกไปจากงานให้จงได้ เจ้าชายพยายามรั้งเธอเอาไว้ หญิงสาวดิ้นรน และสุดท้ายก็หลุดออกมาจากอ้อม กอดของเจ้าชายจนได้ แล้วรีบวิ่งออกไปจากงานโดยที่มีเจ้าชายก็ได้วิ่งตามเธอ มาติด ๆ พลางร้องเรียก
" เดี๋ยวก่อน..เธอเป็นใครกันสาวน้อย กรุณาบอกชื่อ และที่อยู่ของเธอให้แก่ฉันก่อนสิ... !"

แต่ก็ไม่มีการหันหลังกลับจาก

ซินเดอเรลล่า หญิงสาวยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง... แล้วก็วิ่ง

และด้วยความเร็วบวกกับกระโปงที่ยาวรุ่มร่ามของเธอทำให้หญิง สาวสะดุดบันใดล้มลง รองเท้าแก้วข้างหนึ่งต้องเป็นอันหลุดออกจากเท้า แต่เธอก็ไม่มีเวลาพอที่จะหันกลับมาเก็บมันเสียแล้ว....เพราะทั้งเจ้าชายและ ทหารได้วิ่งตามมาติด ๆ หญิงสาวจึงจำต้องทิ้งรองเท้าแก้ว แสนสวยข้างหนึ่ง ไว้ที่นั่น เจ้าชายหยิบรองเท้าแก้วข้างนั้นขึ้นมา และมองมันนิ่งอย่างพยายามใช้คิด.....


ส่วนข้างฝ่ายซินเดอเรลล่านั้น เมื่อเสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนแล้ว....ทุก ๆ อย่างก็เริ่มละลายจางหายไปในทันที มันกลับสภาพคืนมาสู่สภาพเดิมของมัน ตามปกติ เสื้อผ้าที่แสนสวยงามทั้งหน้าตาที่ถูกตบแต่งไว้อย่างดีนั้นหรือ ก็จางหาย ไปจนหมด...ไม่ว่าจะเป็นรถม้า คนขับรถม้าประจำตัวของเธอและรวมถึงม้าทั้งหก ตัวนั้นมันก็ได้กลับคืนมาสู่สภาพเดิมหรือร่างของมัน พวกมันต่างก็วิ่งหนีหายไปใน ความมืดในที่สุด...ซินเดอเรลล่า นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นดินอย่างเหน็ดเหนื่อยในชุดที่ ซอมซ่ออย่างเดิมของเธอ...แต่จะเป็นด้วยเพราะอะไรก็ไม่รู้ที่รองเท้าแก้วข้างเดียว ที่เธอสวมใส่อยู่ในขณะนั้นมันยังคงหลงเหลืออยู่ที่เท้าของเธอไม่ยอมจางหายไปทางไหน...

น่าแปลกใจเป็นอย่างมาก


และในเช้าของวันต่อมา เจ้าชายก็ให้ทหารไปป่าวประกาศไปทั่วทั้งเมือง ว่า

" หญิงสาวคนใดที่สามารถสวมใส่รองเท้าแก้วที่มีอยู่ ข้างเดียวนี้ได้ จะได้เข้าพิธีอภิเสกสมรสกับเจ้าชายทันที "

ข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่ว ทั้งเมือง เพราะปรากฏว่ามีหญิงสาวมากมายอาสาเข้ามาลองใส่รองเท้า แก้วข้างนั้นกันอย่างมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครที่จะใส่รองเท้าข้างนั้น ได้สักคน ทหารจึงจำต้องนำรองเท้าข้างนั้นออกนอกเมือง ไปยังหมู่บ้าน ต่าง ๆ เพื่อให้หญิงสาวทั้งหลายได้ลองสวมใส่ได้อย่างทั่วถึง...แต่ผลก็เป็น เช่นเดิม คือยังไม่มีใครตนใดที่จะใส่รองเท้าแก้วข้างนั้นได้สักเลยคนเดียว..


จนกระทั่งขบวนทหารได้มาถึงที่บ้านของ

ซินเดอเรลล่า พี่สาวสองคน ของเธอดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ทั้งสองต่างก็หวังว่าตัวเอง อาจจะสามารถ สวมใส่รองเท้าข้างนั้นได้ แต่สำหรับพี่สาวคนโตรองเท้าแก้วข้างนั้นเล็ก ไปสำหรับเธอ ส่วนพี่สาวคนที่สองเท้าของเธอก็เล็กเกินไปสำหรับรองเท้า แก้วแสนสวยข้างนั้นทหารจึงได้ขอตัวเตรียมที่จะลากลับ....

แล้วในขณะนั้นซินเดอเรลล่า ก็ได้ออกมาปรากฏตัวขึ้นและพูดว่า

" ขอให้ฉันได้ลองสวมรองเท้าข้างนั้น ดูหน่อยได้มั้ยคะ " เมื่อเธอพูดจบเสียงหัวเราะ หยามหยันจากแม่เลี้ยงและพี่สาวทั้งสองของเธอก็ดังขึ้น นางแม่เลี้ยงยืนเท้าสะเอว และพูดว่า

" ชะ แม่คนนี้ ขนาดพี่สาวแสนสวยทั้งสองของแกยังใส่ไม่ได้เลย แล้ว น้ำหน้าอย่างแก จะมีภูมิปัญญาถึงได้ยังไง ?... " ตอนท้ายนางยังหันไปทางนายทหาร เหล่านั้นแล้วพูดแบบออกคำสั่งว่า " เก็บรองเท้า นั่นกลับไปเถิด ที่นี่ไม่มีใครจะใส่ รองเท้าแก้วข้างนั้นได้อีกแล้ว "


แต่นายทหารทั้งหลายไม่ยอมทำตามคำสั่งของนางแม่เลี้ยงอย่างง่าย ๆ เขา ได้พูดขึ้นว่า " เจ้าชายได้บอกและออกคำสั่ง กำชับกับเรามาว่า ต้องให้หญิง สาวทุกคนที่อยู่ในเมืองนี้ได้ลองใส่ทุกคน เพราะฉะนั้นถึงนางจะเป็นใคร หรือจะอยู่ในฐานะเช่นไรก็ตามทีเถอะ นางนั้นมีสิทธิ์ " พูดจบเขาก็ยื่นรองเท้า ให้ซินเดอเรลล่าสวมใส่ท่ามกลางสายตาแห่งความไม่พอใจของทั้งสามคนนั่นแหละ และทันที ที่ซินเดอเรลล่าลองสวมดูก็ปรากฏว่า เธอสวมรองเท้าแก้วข้างนั้นได้อย่าง เหมาะสม นำความแปลกใจและตกใจมาสู่ทุก ๆ คน แล้วซินเดอเรลล่า ก็ได้นำเอา รองเท้าแก้วอีกข้างหนึ่งที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้นั้นออกมา...........


นายทหารดีใจมากรีบนำเรื่องไปทูลเจ้าชาย เจ้าชายก็ทรงดีพระทัยเป็นอย่างมาก และได้รีบยกขบวนกันไปที่บ้านของ ซินเดอเรลล่า และไม่นานจากนั้นต่อมา เจ้าชายก็จัดพิธีอภิเษกสมรสกับซินเดอเรลล่า อย่างมโหฬาร และจากนั้นทั้งสองก็ ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดมา...

คติที่น่าชื่นชมของนิทานเรื่อง
ซินเดอเรลล่า ก็คงจะมีอยู่ที่ว่า

" ความดี ความอดทน จะส่งผล ที่หอมหวานเสมอ..."ใช่ไหมคะ.....



จบบริบูรณ์




นำแสดงโดยในละครเวที ร.ร.ชุมทาง

1. ณิชารีย์ นิลาภรณ์กุล           รับบท          ซินเดอเรลล่า
2. ธารารัตน์ ตาตะบุตร            รับบท          เจ้าชาย,แมวของซินเดอเรลล่า
3. นันทพัทธ์ ศิริรักกุล             รับบท          มาดาม แม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่า
4. ภูมิศักดิ์ ภูมิพานิช               รับบท          ลูกสาวมาดามคนโต
5. รุ่งทิพย์ ยุติธรรม                 รับบท          ลูกสาวมาดามคนรอง
6. จิตตรี สุขใจ                       รับบท          หัวหน้านางฟ้า
7. อภิลักษณ์ หรั่งปราง           รับบท          มหาดใหญ่
8. คมกฤช สอนสิริปัญญา       รับบท          อำมาตย์ใหญ่
9. การันต์ ยินตัน                    รับบท          แมว
10. ณัฐณิชา แผนสท้าน           รับบท          นางฟ้าลูกน้อง
11. สุธาธินี นิยมสกุลเกียรติ    รับบท          นักดนตรี
                                                
                                          รับเชิญ
12. สหัสวรรษ จุ๋มป๋า               รับบท         อำมาตย์
13. นภาลัย แซ่เซียว               รับบท         นักร้อง
14. ภิมุข เชอสิง                      รับบท         อำมาตย์คนสุดท้าย
15. อรัญญา กุลพิศาล             รับบท         นางฟ้า

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

พยัคฆ์เดือด


พยัคฆ์เดือด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก รุกฆาต2)

พยัคฆ์เดือด เป็นละครโทรทัศน์ไทย ต่อจากรุกฆาตละครชื่อดังในปี 2552 ตอนนี้มาสร้างนิยายใหม่ชื่อว่ารุกฆาต 2 ตัวละครเก่ามีเพลิง กัมปนาท,ตะเภา,องอาจ ชาตินักสู้,วิหค เหินลม,พลอยรุ้ง,แสน ราชสีห์และมีตัวละครเพิ่ม อาทิ คมแฝก ทุ่งกุลา,เพียงฝน,อาทิตย์ ทุ่งกุลา,เจ้าแม่ทิพย์ธารา แม่น้ำโขง,สัน ราชสีห์,มาลี,บุษบา,อิงอร

เนื้อหา

  [ซ่อน

[แก้]นักแสดงนำ

[แก้]ท่าคมแฝก

  • เพลงคมแฝกนาคา
    • วายุสนั่นภพ
    • คมแฝก8ทิศ
    • ตีสนั่นภพ
  • เพลงคมแฝกครุฑา
    • ครุฑาถลาลม
    • สุบรรณบั่นนาคี
    • สุบรรณสนั่นภพ
  • เพลงคมแฝกไอยรา
    • โค่นเขาพระสุเมรุ
    • เอราวัณยาตรา
    • พิฆาตเวณไตย

[แก้]อาวุธอื่นๆ

  • กระบองสิงหราช
    • จันทราเหยียบภพ
    • พิฆาตจันทรา
  • มีดบินหงษ์เหิร
    • หงษ์ซัดสะบัดปีก
    • ลีลาพญาหงษ์
  • มีดบินนาคราช
    • นาคีสะบัดหาง
    • นาคราแหวกวารี



[แก้]แจ้งข่าว

ตอนนี้ผู้แต่งก็ย้ายช่อง พระเอก-นางเอกก็ย้ายช่อง อาจจะไม่มี หรืออาจจะมีโดยในเรื่องย่อภาค3 พล.ต.ต.คมแฝก ทุ่งกุลา เป็นนักเล่นคมแฝกคนที่3ของเมืองพล ตัวละครพิเศษ
  • พล.ต.ต.กัลป์ เกรียงไกร
  • เพียงฟ้า
  • รองหัวหน้าเผ่าเฟิร์น

[แก้]เพิ่มเติม

นามแฝงbeam1743 เป็นคนเขียนวิกินี้คนแรก แล้วได้คิดชื่อพล.ต.ต.คมแฝก ทุ่งกุลา,เพียงฝน,เจ้าแม่ทิพย์ธารา แม่น้ำโขง,สัน ราชสีห์,มาลี,บุษบา เพลงคมแฝกนาคา 1.

พยัคฆ์เดือด



พยัคฆ์เดือด เป็นละครโทรทัศน์ไทย ต่อจากรุกฆาตละครชื่อดังในปี 2552 ตอนนี้มาสร้างนิยายใหม่ชื่อว่ารุกฆาต 2 ตัวละครเก่ามีเพลิง กัมปนาท,ตะเภา,องอาจ ชาตินักสู้,วิหค เหินลม,พลอยรุ้ง,แสน ราชสีห์และมีตัวละครเพิ่ม อาทิ คมแฝก ทุ่งกุลา,เพียงฝน,อาทิตย์ ทุ่งกุลา,เจ้าแม่ทิพย์ธารา แม่น้ำโขง,สัน ราชสีห์,มาลี,บุษบา,อิงอร

เนื้อหา

   [ซ่อน

==เรื่องย่อ(อาจจะเป็นไปได้)==
ระวัง รุกฆาต!!!  
  
   ก่อนหน้านี้3ปี เหล่าผู้กล้าเมืองพลถูกขับไล่โดยอิทธิพลมืด อย่างแสน ราชสีห์ กับเจ้าจันงาม 
   กัลป์ เพียงฟ้า วิหค และ พลอยรุ้ง ลอบเข้ามาในเมืองพลด้วยความช่วยเหลือของ ตะเภา และ องอาจ ทั้งหมดสร้างหน่วยรบ รุกฆาต ต่อต้านอาณาจักรครั้งใหม่ของแสน ราชสีห์ กับ จันทร์งาม ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างกองโจรนาคราชกับอาณาจักรราชสีห์ กัลป์ตรงเข้าวาดลวดลายเพลงคมแฝกปะทะกับแสนอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขามีหญิงสาวที่ใบหน้าเหมือนอัญชัญราวกับคนๆ เดียวกัน…เพียงฟ้าหรือจอมโจรนาคราชอยู่เคียงข้าง เธอเข้าร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ตรงเข้าปะทะกับจันทร์งามอย่างไม่เกรงกลัว
การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ความจริงเปิดเผย…แท้ที่จริงแล้วเพียงฟ้าเป็นพี่น้องฝาแฝดกับอัญชัญ ซึ่ง สน พ่อของแสนเอามาเลี้ยงไว้หลังจากฆ่าพ่อแม่ที่แท้จริง สนเอาตัวอัญชัญมาเลี้ยงไว้เพียงคนเดียวเพราะคิดว่าน้องสาวฝาแฝดตายไปแล้วในกองไฟ โดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าเพียงฟ้ารอดชีวิตเพราะจอมโจรนาคาช่วยชีวิตไว้ ในที่สุดการต่อสู้เพื่อความถูกต้องและความดีงามในสังคมก็จบลงด้วยชัยชนะของ กัลป์ เพลิง วิหค และ เพียงฟ้า อำนาจมืดไม่อาจต่อต้านหน่วยรบ  รุกฆาต ของชาวเมืองพล !

      3ปีต่อมา วิหค พลอยรุ้งก็กลับแคว้นอิสระ พร้อมกับเพียงฟ้ากับกัลป์ องอาจก็ปรากฎตัวขึ้นโดยรอดพ้นจากท่าพิฆาตเวนไตย กัลป์ก็ถูกเรียกตัวไปที่กรุงเทพ มาอยู่ในสำนักงานสืบสวนพิเศษในฐานะผู้การคนใหม่ เหลือแต่เพลิง กัมปนาท ที่ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้การของเมืองพล พร้อมกับผู้กองเพชรที่ขึ้นมาเป็นสรวัตรคนใหม่ คมแฝก ทุ่งกุลา ผู้กำกับที่ย้ายจากสำนักงานสืบสวน ในวันต้อนรับสรวัตรคนใหม่ คมแฝกเล่ากับกัลป์ว่าตนก็อยู่ในเหตุการณ์ที่เวียงตาย แต่ลงจากรถก่อน กัลป์จึงประกาศว่าตนถูกย้ายออกจากเมืองพลภายใน 1เดือน เลยต้องการให้คมแฝกช่วยเหลือเมืองพล ก็เลยฝึกจนเก่งแล้วกัลป์ก็ไป 
     จากนั้นก็มีข่าวพวกโจรถล่มเรือนจำ แสน ราชสีห์ ถูกลักตัวไปโดยโจร ปรากฏว่าโจรพวกนั้นคือ เจ้าแม่ทิพย์ธารา แม่น้ำโขง ผู้ว่าจังหวัดเมืองลาว ใกล้แคว้นอิสระ แต่สำเร็จวิชาจากเจ้าจันงาม พี่สาวต่างบิดาของเธอ และก็สันต์ ราชสีห์ น้องชายต่างมารดาของแสน ราชสีห์   แสน ราชสีห์จึงช่วยวางแผนที่มีข้อแลกเปลื่ยนว่าต้องช่วยรักษาแขนกับตาให้หายสนิทแล้วให้ครองเมืองพล สันต์ ราชสีห์อยากจะครองเมืองทั้งอีสานเพียงผู้เดียว เลยจำเป็นต้องทำตาม โดยให้มาลี แม่น้ำโขง น้องสาว มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในลาว แล้วตนก็มาสมัครเป็นผู้ว่าราชการจ.ขอนแก่น
     หลังจากที่ชาวเมืองพลรู้ข่าวที่แสนหายตัวไปจากคุกก็เป็นห่วงกลัวจะกลับมาฆ่าชาวบ้าน ผู้กำกับคมแฝกวิตกอย่างหนัก ไปพร้อมกับเพลิง เพราะถ้าแสนถูกรักษาได้เมื่อไร เมืองพลจะรุกเป็นไฟอีกครั้ง อาทิตย์ น้องชายคมแฝกมาบอกว่าเจอร่างของแสนแล้ว
     ที่จริงแล้วเป็นแผนของแสนที่บอกว่ามีพวกโจรที่หลงเหลือจากกลุ่มเจ้าจันงาม แล้วบังคับให้บอกแผนแล้วก็รักษาตัวให้ จนหายดีแล้วพวกโจรหักหลัง แสนปาระเบิดใส่โจร แต่พวกโจรใช้มีดบินตีกลับ จนโดนระเบิด
แสน ราชสีห์ จนสะบักสะบอม แขนของตนก็ยังไม่หาย 
     ระหว่างที่พาเข้าเรือนจำ แสน ราชสีห์ก็หนีออกมาแต่ไปสู้กับโจร กัลป์ รู้ข่าวก็กลับมาเมืองพล ใช้ท่านาคาพ่นไฟ สู้กับเหล่าโจรพร้อมกับแสนอีกครั้ง โดยแสนใช้มือซ้ายสู้ คมแฝกเอาไม้คมแฝกขวางหน้าแสน ให้หยุด













  • พล.ต.ต.กัลป์ เกรียงไกร
  • หัวหน้าเพียงฟ้า
  • พล.ต.ต.เพลิง กัมปนาท
  • ตะเภา
  • นายอำเภอ องอาจ ชาตินักสู้
  • พ.ต.อ.คมแฝก ทุ่งกุลา
  • รองหัวหน้าเฟิร์น
  • แสน ราชสีห์
  • วิหค เหินลม(รับเชิญ)
  • พลอยรุ้ง(รับเชิญ)
  • อาทิตย์ ทุ่งกุลา
  • เจ้าแม่ทิพย์ธารา แม่น้ำโขง
  • สันต์ ราชสีห์
  • มาลี แม่น้ำโขง
  • บุษบา
  • อิงอร
  • พ.ต.ท.เพชร ไพบูลย์
  • ตาล
  • แม่มาลัย
  • ลุงตะโพน
  • พ่อปาน
  • แม่แจ้
  • ร.ต.ต.ก้านพลู
  • จ่ากร๊วก
  • พ.ต.ท.เอก
  • จ่านพ
  • ขวาน
  • เสือ
  • ไอ้ดำ
  • สมิง






















ตอนอวสาน
     คมแฝกถูกไล่ออกจากราชการ โดยถูกใส่ร้ายว่าเป็นคนฆ่ามาลี บุษบา และอิงอร คนรักของน้องชายตาย พร้อมประกาศตัวจับคมแฝก กัลป์ เกรียงไกร ได้รับมอบหมายว่าให้จับคมแฝกให้ได้ อาทิตย์โกรธมากที่พี่ชายตนฆ่าคนรัก แต่แล้วก็พลิกผัน แสน เจ้าแม่ทิพย์ธารา สันต์ ก็มายึดอำนาจในเมืองพล แล้วอีสานโดยหมดวีรบุรุษ กัลป์ โดนบังคับให้จับคมแฝก คมแฝกถูกไล่ล่า เพลิงถูกจับ องอาจถูกสังหาร ความชั่วกำลังจะชนะความดี
องอาจรอดออกมาได้ เจอกับคมแฝกแล้วมุ่งหน้าไปแคว้นอิสระ กัลป์ขอลาออกจากราชการ แล้วไปร่วมกับคมแฝก เพลิงก็ได้รับความช่วยเหลือของเพชร หนีออกมา กัลป์ เพียงฟ้า คมแฝก เพลิง วิหค และ พลอยรุ้ง ลอบเข้ามาในเมืองพลด้วยความช่วยเหลือของ ตะเภา และอาทิตย์ อาทิตย์ก็เข้าใจว่าอิงอรไม่ได้ถูกคมแฝกฆ่า แต่เป็นสันต์
     สันต์ยิ้มเยาะ สันต์แอบเข้ามาในบ้านแสน กำลังจะฟาดหัวแสน แสนหันมา โมโห
      "แกจะฆ่าชั้ล"
      แสน ราชสีห์ควักคมแฝกขึ้นมาถลาออกมา แสนใช้ท่าพิฆาตเวนไตยใส่สันต์
     

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ละครชุดใหม่


 เตรียมละครชุดใหม่ หลังจากเรื่อง"หมากฮอส"7เรื่อง

    บีมศรัณย์เก่งโสดลม-สไตล์สมวุฒิชัย-หัวใจของปันปัน-ตะวันนักกีฬา-บ้าซ่าอย่างสรวิศ-หมูออมจิตตรีน้ำพริก
              เรื่องนี้เป็นเรื่องราวในวัยประถมตอนปลายของ ศรัณย์  ที่ได้เจอกับทุกคนจนกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย จนมาทำเป็นละครแตกออกมา

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

ชิงนาง[อวสาน] จากrakongtvch7


ชิงนาง[อวสาน]

ชิงนาง

อ่านละครเรื่อง ชิงนาง [ตอนที่ 1 - อวสาน]


อ่านละคร ชิงนาง ตอนอวสาน วันที่ 12 ก.ย. 55 [ตอนจบ]
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 18 วันที่ 11 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 18 วันที่ 10 ก.ย. 55 [ตอนล่าสุด]
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 17-18 วันที่ 9 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 17 วันที่ 8 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 17 วันที่ 7 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 17 วันที่ 6 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 16-17 วันที่ 5 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 16 วันที่ 4 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 16 วันที่ 3 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 16 วันที่ 2 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 16 วันที่ 1 ก.ย. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 16 วันที่ 31 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 16 วันที่ 30 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 15 วันที่ 29 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 15 วันที่ 28 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 15 วันที่ 27 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 14-15 วันที่ 26 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 14 วันที่ 24 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 14 วันที่ 23 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 14 วันที่ 22 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 14 วันที่ 21 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 13-14 วันที่ 20 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 13 วันที่ 19 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 13 วันที่ 18 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 13 วันที่ 17 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 12-13 วันที่ 16 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 12 วันที่ 15 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 12 วันที่ 14 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 12 วันที่ 13 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 11-12 วันที่ 12 ส.ค. 55
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 11 วันที่ 11 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 10-11 วันที่ 10 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 9-10 วันที่ 9 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 9 วันที่ 8 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 9 วันที่ 7 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 9 วันที่ 6 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 8-9 วันที่ 5 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 8 วันที่ 4 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 8 วันที่ 3 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 8 วันที่ 2 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 7-8 วันที่ 1 ส.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 7 วันที่ 31 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 6-7 วันที่ 30 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 6 วันที่ 29 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 5-6 วันที่ 28 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 5 วันที่ 27 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 5 วันที่ 26 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 5 วันที่ 25 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 4 วันที่ 24 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 4 วันที่ 23 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 4 วันที่ 22 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 3-4 วันที่ 21 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 3 วันที่ 20 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 2-3 วันที่ 19 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 2 วันที่ 18 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 2 วันที่ 17 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 1-2 วันที่ 16 ก.ค. 55 
อ่านละคร ชิงนาง ตอนที่ 1 วันที่ 15 ก.ค. 55 
- อ่านละครย่อเรื่อง ชิงนาง

รายชื่อนักแสดงในละครเรื่อง ชิงนาง คาแร็คเตอร์ตัวละคร

1. อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท “ภูผา” ในละครเรื่อง ชิงนาง
ลูกชายคนรองตระกูล “แสนสมุทร” รักอิสระ ใช้ชีวิตโลดโผน ใจร้อนมีเรื่องกับอันธพาลบ่อยๆ แต่เรื่อง ความรัก ภูผามอบหัวใจให้ วงเดือน (รถเมล์) คนเดียว แม้จะถูก ย่าศรีเรือน (มี้) กีดกัน ส่งหลานชายไปบุกเบิกไร่ชาถึงเชียงราย เพื่อให้ตัดขาดจากวงเดือน

2. คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ รับบท “วงเดือน” ในละครเรื่อง ชิงนาง
เด็กกำพร้าที่ หมออนุต (ตฤณ) อุปการะ วงเดือนเรียบร้อย เจียมตัว และกตัญญู แต่ ย่าศรีเรือน (มี้) ยังชิงชัง เพราะดวงของเธอจะนำความวิบัติมาสู่ตระกูล “แสนสมุทร” วงเดือนเรียนจบพยาบาล เพื่อมาดูแล อรุณ (วศิน) คุณหนูคนเล็กอย่างดี โดยมี ภูผา (อ๋อม) เป็นกำลังใจ

3. กันต์ กันตถาวร รับบท “เมฆา” ในละครเรื่อง ชิงนาง
ลูกชายคนที่ 3 ของ “แสนสมุทร” เนี้ยบ เรียนเก่งที่สุด พ่อให้เมฆาเรียนหมอเพื่อสืบทอดกิจการคลินิก และรักษา อรุณ (วศิน) น้องที่ป่วยหนัก โดยให้ วงเดือน (รถเมล์) เป็นพยาบาลผู้ช่วย ความใกล้ชิดทำให้เมฆาหลงรักเธออีกคน งานนี้ โฉมไฉไล (แก้มบุ๋ม) แฟนเก่าเมฆาหวงก้างตามราวีทั้งคู่ไม่เลิก

4. วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท “พฤกษ์” ในละครเรื่อง ชิงนาง
พี่ชายแสนดีของน้องๆ พ่อให้พฤกษ์สานต่อกิจการประมง “แสนสมุทร” เพราะเขาขยัน และทำกิจการจนรุ่งเรือง พฤกษ์เป็นอีกหนุ่มที่แอบรัก วงเดือน (รถเมล์) มาตลอด แต่ความซื่อทำให้เขาตกเป็นเครื่องมือของ โฉมไฉไล (แก้มบุ๋ม) ถึงขั้นจับแต่งงานเพื่อหลอกเงิน ทำให้ชีวิตพฤกษ์ตกต่ำหมดอนาคต

5. วศิน อัศวนฤนาท รับบท “อรุณ” ในละครเรื่อง ชิงนาง
น้องเล็กตระกูล “แสนสมุทร” แม้จะขี้โรคแต่อรุณก็ร่าเริง อ่อนโยน มองโลกแง่ดี ทุกคนในบ้านรุมเอาใจจนเขาไม่รู้จักการเสียสละ โดยเฉพาะเรื่อง “ความรัก” ที่มีต่อ วงเดือน (ข้างเดียว) อรุณชอบใช้ความอ่อนแอเป็นเครื่องมือรั้งตัววงเดือนให้อยู่ใกล้ๆ

6. พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์ รับบท “โฉมไฉไล” ในละครเรื่อง ชิงนาง
ไฮโซ (ถังแตก!!) สวยรวยเสน่ห์ หยิ่งทะนงหลงแสงสีจนเรียนไม่จบ โฉมไฉไลเป็นแฟนเก่า เมฆา (กันต์) แต่สลัดรักเขาไปคบหนุ่มใหม่ แล้วอยู่ๆ ก็คิดจะเขี่ยถ่านไฟเก่าเมฆาอีกครั้ง แม้ฝ่ายชายไม่เล่นด้วยโฉมไฉไลก็ตามตื้อไม่เลิก

7. พิชญาภร สุวรรณวุฒิพิจัย รับบท “หนูนา” ในละครเรื่อง ชิงนาง
สาวชาวไร่แก่นเซี้ยว ลุยไม่แพ้ผู้ชาย หนูนาช่วย ลุงสว่าง (กลศ) ดูแลที่ดิน ย่าศรีเรือน (มี้) จึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ เหนือฟ้า (มิกค์) เจ้าของไร่คู่แข่ง และเป็นคู่กัดกับ ภูผา (อ๋อม) แต่สุดท้ายหนูนาก็แพ้ใจหลงรักในความดีของภูผาจนได้

8. มิกค์ ทองระย้า รับบท “เหนือฟ้า”ในละครเรื่อง ชิงนาง
ลูกชายผู้มีอิทธิพลเจ้าของไร่ชา จริงๆ เหนือฟ้าเป็นคนหัวอ่อน แต่ถูกรุมเอาใจจนนิสัยเสีย แถมโดน วันชัย (ธีร์) ลูกพี่ลูกน้องยุยงให้เป็นอันธพาล มีเพียง หนูนา (พิชญาพร) สาวในดวงใจคนเดียวที่เขายอมทุกอย่าง

9. ธีร์ วณิชนันทธาดา รับบท “วันชัย”ในละครเรื่อง ชิงนาง
ญาติที่ดูแล เหนือฟ้า (มิกค์) ตั้งแต่พ่อเสีย วันชัยโหดเหี้ยม..เลือดเย็น ใช้เหนือฟ้าเป็นเครื่องมือทำผิดกฎหมาย หวังกำจัดน้องชายเพื่อยึดอำนาจ และสมบัติ แต่ ภูผา (อ๋อม) รู้ทันขวางแผนชั่ววันชัยได้ตลอด

10. พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบท “ย่าศรีเรือน” ในละครเรื่อง ชิงนาง
แม่ของ อนุต (ตฤณ) และเป็นคุณย่าจอมเฮี้ยบของหลานชายทั้ง 4 ย่าศรีเรือนเจ้ายศเจ้าอย่าง..ถือศักดิ์ศรีมาก คัดค้านไม่ให้รับ วงเดือน (รถเมล์) มาเลี้ยง แถมกีดกันหลานๆ ไม่ให้รักวงเดือน ศรีเรือนรัก ภูผา (อ๋อม) เป็นพิเศษ แม้เขาจะเกเรในสายตาคนอื่น แต่สำหรับย่าภูผาน่ารักเสมอ

11. ตฤณ เศรษฐโชค รับบท “หมออนุต”ในละครเรื่อง ชิงนาง
ลูกชายที่ ย่าศรีเรือน (มี้) ยกกิจการเรือประมงแสนสมุทรให้ และเป็นพ่อของหนุ่มๆ ทั้ง 4 อนุตอุปการะวงเดือนเพราะอยากมีลูกสาว เขากับ ศรีดารา (สุพรรษา) ภรรยาจึงเลี้ยงดูส่งวงเดือนเรียนที่ดีๆ

12. สุพรรษา เนื่องภิรมย์ รับบท “ศรีดารา” ในละครเรื่อง ชิงนาง
ภรรยาใจดีของ หมออนุต (ตฤณ) ศรีดาราเลี้ยงลูกชายทุกคนด้วยความรัก เธออยากมีลูกสาว และถูกชะตา วงเดือน (รถเมล์) จึงให้สามีรับอุปการะทั้งที่แม่สามีห้าม ศรีดาราจึงต้องเลี้ยงวงเดือนฐานะ..เด็กรับใช้

13. กลศ อัทธเสรี รับบท “นายสว่าง” ในละครเรื่อง ชิงนาง
คนดูแลที่ดินให้ ย่าศรีเรือน (มี้) ที่เชียงราย สว่างซื่อสัตย์ ขยัน ใจถึง ศรีเรือนจึงไว้ใจให้ดูแล ภูผา (อ๋อม) หลานรักที่ถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน เขาเป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่ช่วยภูผาบุกเบิกไร่ชา

14. กรองทอง รัชตะวรรณ รับบท “อนงค์” ในละครเรื่อง ชิงนาง
ไฮโซตัวแม่ของ โฉมไฉไล (แก้มบุ๋ม) เจ้ายศเจ้าอย่าง..จมไม่ลง ติดการพนันหนี้ท่วมหัวปล่อยธุรกิจภัตตาคารจีนเจ๊ง อนงค์จึงให้ลูกสาวจับหนุ่มๆ ตระกูล “แสนสมุทร” เป็นสามี เพื่อปลดหนี้ และพยุงฐานะ

15. สุทธิดา หงษา รับบท “ดอย” ในละครเรื่อง ชิงนาง
หลานสาวคนเล็กจอมแสบของ ลุงสว่าง (กลศ) ดอยร่าเริง โผงผาง แต่จริงใจ เป็นลูกน้องคนสนิทของ หนูนา (พิชญาภร) และเป็นตัวสร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้าง

16. อชิระ เทริโอ รับบท “ตะวัน” ในละครเรื่อง ชิงนาง
ลูกชาย แม่หนูนา (พิชญาภร) ที่เกิดจากถูก วันชัย (ธีร์) ข่มขืนจนตั้งท้อง ภูผา (อ๋อม) รับเป็นพ่อ และเลี้ยงตะวันเหมือนลูกตัวเองตั้งแต่หนูนาตาย





“พี่ผาชนะตลอดเลย...โตขึ้นมาเราก็ยังเล่นแบบนั้นกันอีกแต่เปลี่ยนจากวิ่งเป็นว่ายน้ำแข่งกันแย่งดอกไม้จากเดือน...พี่ผาก็ยังชนะเหมือนเดิม”
ภูผาท้วงว่าอรุณต่างหากที่ชนะ เมฆาส่ายหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะเขาอ่อนข้อให้ อรุณไม่มีทางชนะ หมอหนุ่มสงสัยมาตลอดทำไมภูผาถึงยอม ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นเพราะต้องการทำให้คนที่เขารักมีความสุข และถึงแม้เขาจะยอมแพ้ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นผู้ชนะอยู่ดี แล้วหันไปถามวงเดือนว่าจริงไหม เธอได้แต่อึกๆอักๆ

“ผมรู้ดี รู้อยู่เต็มอกว่าคุณยังรักพี่ผาอยู่เสมอ และผมก็รู้ว่าในใจของพี่ผามีแต่เดือนเพียงคนเดียวเท่านั้น...ผมหลอกตัวเองมาตลอดว่าผมเป็นผู้ชนะ ทั้งที่จริงแล้วผมแพ้...แพ้ยับเยินแล้วดูสารรูปผมวันนี้สิ...น่าสมเพชขนาดไหน...คิดๆดูแล้วคนอย่างผมจะไปทำความสุขอะไรให้คุณได้อีก...จริงไหม...เดือน”


“คุณเมฆาคะ...อย่าคิดมากเลยนะคะ” เธอเข้ามาคุกเข่าเกาะขาเขาไว้

“นั่นสิ...เมฆา ชีวิตคนเรามันยังอีกยาวไกล”

“ใช่...ชีวิตคนเรามันยังอีกยาวไกลผมเลยอยากเห็นคนที่ผมรัก คือเดือนมีชีวิตที่สดใสมีความสุข...พี่ผา...ผมอยากให้เดือนได้ใช้ชีวิตอยู่กับพี่ผา รับปากผมสิพี่ผา รับปากผมว่าจะรักจะดูแลเดือนตลอดไปรักให้ได้เท่าที่ผมรัก”

“แกจะบ้าหรือเมฆา” ภูผาร้องเอะอะ วงเดือนคัดค้านลั่นว่าทำอย่างนี้ไม่ได้

“ได้สิเดือน...ผมเคยบอกคุณแล้วไม่ใช่หรือว่าผมรักคุณ ผมยินดีทำให้คุณทุกอย่างผมให้คุณได้แม้กระทั่งชีวิต”เขาพูดจบผลักวงเดือนที่เกาะขาเขาออกแล้วใช้กำลังเท่าที่มีหมุนล้อรถเข็นให้พุ่งไปข้างหน้า ภูผาจะคว้าแต่ไม่ทัน ทั้งรถเข็นทั้งคนร่วงหล่นหน้าผาไปต่อหน้าต่อตาทั้งคู่รีบวิ่งมาที่หน้าผาตะโกนเรียกเมฆาอย่างสิ้นหวัง

“เมฆา...ทำไมแกต้องทำอย่างนี้...ทำไม” ภูผาทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

ooooooo

เหมือนมีลางบอกเหตุร้ายไปถึงศรีดารารูปของสี่หนุ่มพี่น้องที่วางอยู่ในห้องรับแขกบ้านแสนสมุทรร่วงตกพื้น ศรีดารา พฤกษ์ และโสภี ตกใจหันไปมองชอุ่มที่กำลังใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นอยู่ใกล้ๆเธอรีบหยิบรูปขึ้นมาดู ต้องแปลกใจที่กระจกส่วนอื่นของรูปไม่แตกกลับมาแตกตรงจุดที่เมฆายืนอยู่ ศรีดาราเห็นแล้วใจคอไม่ดี

“แม่ครับ...ก็แค่รูป เมฆาไม่เป็นอะไรหรอกครับ” พฤกษ์ปลอบ ขณะที่ตัวเองก็อดหวั่นๆไม่ได้...

ภูผาสั่งให้นายสว่างนำคนงานออกค้นหาศพเมฆา เนื่องจากหน้าผาสูงชันและมืดมากทำให้หาศพไม่เจอ...

จากนั้น ภูผาและวงเดือนจับรถไฟเที่ยวด่วนมาแสนสมุทรเพื่อแจ้งข่าวร้ายให้ศรีดาราทราบ เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด นำรูปถ่ายของเมฆาวางเรียงต่อจากรูปของศรีเรือน อนุต และอรุณ

“น่าเวทนาเมฆา แม้แต่ร่างก็ยังไม่ได้กลับมาหาแม่” ศรีดาราพึมพำทั้งน้ำตา

ภูผาเข้ามาโอบท่านไว้ ขอโทษที่ไม่สามารถนำร่างของน้องกลับแสนสมุทรได้ ศรีดาราอธิษฐานฝากฝังกับวิญญาณของศรีเรือนและอนุตให้ช่วยดูแลอรุณกับเมฆาให้ด้วย แล้วหันมาพูดกับลูกชายทั้งสองคน

“พฤกษ์ และภูผา เราเหลือกันแค่นี้แล้วนะลูก” เธอดึงทั้งคู่มากอดด้วยความสะเทือนใจ...

ทางด้านภูผาไม่ได้อยู่ปลอบแม่นานเท่าที่อยากจะทำ เพราะไม่อยากทิ้งหนูน้อยไว้คนเดียวนานๆ จึงต้องขอตัวกลับบ้านไร่ หลังจากลาแม่ พฤกษ์ และโสภีแล้ว ภูผาแวะมาลาวงเดือนเป็นคนสุดท้ายด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง เธอเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขา อยากจะรั้งเขาไว้ใจแทบขาดแต่ไม่กล้า ได้แต่ปล่อยให้เขาเดินจากไป พฤกษ์ยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่ง สงสารทั้งคู่มากที่ไม่สมหวังในความรักสักที

ooooooo

นายสว่างอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นภูผากลับบ้านไร่เพียงลำพัง รอจนกระทั่งเขากับหนูน้อยทักทายกอดกันให้หายคิดถึงแล้ว จึงเข้ามาขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว ดอยรู้งานรีบชวนหนูน้อยไปวิ่งเล่น นายสว่างไม่รอช้าถามว่าทำไมไม่ชวนวงเดือนกลับมาด้วย เขาส่ายหน้า ท้อใจ มันจะเป็นไปได้อย่างไร

“ก็แล้วทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะครับ ในเมื่อจริงๆแล้วนายก็ไม่ได้เป็นอะไรกับหนูนาสักนิด แถมคุณเมฆาก็ตั้งใจฝากคุณวงเดือนไว้ให้นายดูแล แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ นายกับคุณวงเดือนรักกันแค่นั้นก็เป็นไปได้แล้วไม่ใช่หรือครับ...ชีวิตคนเรานึกๆดูมันก็เศร้านะครับ ดูอย่างไอ้หนูนารักนายจนวันตาย นายก็ยังไม่รักมัน ส่วนคนที่รักกันจะตายอย่างนายกับคุณวงเดือน กลับเลือกที่จะไม่ยอมมีความสุขร่วมกันซะงั้น...มันน่าเศร้าไหมครับนาย”

ภูผาคิดหนัก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ขณะที่นายสว่างพยายามเกลี้ยกล่อมให้ภูผาชวนวงเดือนมาอยู่ด้วย พฤกษ์ทนเห็นคนที่รักกันมากสองคนแต่ไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันไม่ไหว ถามวงเดือนตรงๆว่าทำไมถึงไม่ไปอยู่กับภูผา เมฆาอุตส่าห์สละชีวิตตัวเองเพื่อจะให้เธอได้อยู่กับเขา ส่วนเขาเองก็เสียสละมามากแล้ว น่าจะมีความสุขเสียที วงเดือนไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร

“ภูผาไม่ใช่พ่อของหนูน้อยแล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรกับหนูนา...หนูนาถูกข่มขืน ภูผาสงสารเลยรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง...ตอนที่เกิดอุบัติเหตุกับเดือน ภูผาขอร้องให้เมฆาช่วยชีวิตเดือนโดยมีข้อแลกเปลี่ยน”

“ข้อแลกเปลี่ยน?”

“ใช่...ภูผาต้องส่งเธอกลับแสนสมุทร...และเมื่อเธอตัดสินใจแต่งงานกับเมฆา ภูผาเก็บความเสียใจมาโดยตลอด...เดือน...เธอยังรักภูผาเต็มหัวใจไม่ใช่หรือ ฉันเคยบอกภูผาไปแล้วเหมือนกันว่าเรื่องบางเรื่องอาจต้องใช้เหตุผลในการตัดสินใจ แต่สำหรับบางเรื่องเราก็ควรจะใช้หัวใจนำทางบ้าง... จนถึงวันนี้แล้ว ปล่อยให้หัวใจนำทางบ้างเถอะเดือน” คำพูดของพฤกษ์ทำให้เธอคิดคล้อยตาม

ooooooo

บนระเบียงบ้านไร่ ภูผากำลังเร่งหนูน้อย ดอย และนายสว่างให้รีบไปเยี่ยมที่ฝังอัฐิของหนูนา ตอนที่วงเดือนเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง ขอไปกับเขาด้วย หนูน้อยหันมาเห็น ดีใจมากวิ่งเข้าไปกอดเธอไว้แน่น

“แม่เดือนมา...แม่เดือนมาแล้ว...เย้ๆๆๆ”

ภูผาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง คิดว่าฝันไป ขณะที่นายสว่างกับดอยหันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจ...

ครู่ต่อมา ภูผา วงเดือน หนูน้อยกับนายสว่างและดอยมาถึงที่ฝังอัฐิของหนูนา หนูน้อยวางดอกไม้ให้แม่แล้วบอกท่านว่าวันนี้แม่เดือนมาด้วย นายสว่างกับดอยขยิบตาให้แกพูดต่อไป เด็กน้อยพยักหน้ารับรู้

“แม่หนูนาครับ หนูน้อยอยากให้แม่เดือนมาอยู่กับหนูน้อย อยู่ตลอดเลย ห้ามกลับ...นะครับ แม่หนูนาช่วยบอกแม่เดือนให้หน่อยนะครับ” หนูน้อยทำเป็นเอียงหูเข้าไปใกล้ๆที่ฝังอัฐิเหมือนได้ยินแม่หนูนาพูดอะไรบางอย่าง “หา...อ๋อๆ...ให้พ่อผาบอกแม่เดือนหรือ...ได้ๆครับ” หนูน้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันไปเร่งพ่อผารีบบอกแม่เดือน

“เฮ่ย...หนูน้อย...ชักจะแก่นเกินนะเรา” ภูผาเอ็ดตะโรลั่น

“หนูน้อยเปล่านะ...แม่หนูนาสั่ง...จริงมั้ยตาหว่าง... น้าดอย”

นายสว่าง ดอย และหนูน้อยส่งเสียงเชียร์ให้ภูผาบอกให้วงเดือนมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน เขาทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนความเขิน สั่งทุกคนกลับ เสียงเชียร์ของทั้งสามคนยังดังต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ภูผาเขินหนัก

“ใครจะอยู่ก็อยู่ ฉันกลับแล้ว” เขาว่าแล้วจ้ำพรวดไปเลย

“ผู้ชายปากแข็งก็งี้แหละครับคุณวงเดือน” นายสว่างมองตามเจ้านายแล้วอดขำไม่ได้ วงเดือนอมยิ้มไปด้วย...

ทางด้านวงเดือนคิดจะดัดนิสัยคนปากแข็ง แกล้งบอกภูผาว่าพรุ่งนี้จะกลับแสนสมุทร หนูน้อย นายสว่าง และดอยที่แอบลุ้นอยู่ใกล้ๆถึงกับหน้าจ๋อย ภูผาเห็นวงเดือนขยับจะไป ตัดสินใจเรียกไว้ เธอหยุดกึกหันมอง

“อย่าทิ้งฉันไปอีกเลยนะเดือน...อยู่กับฉันที่นี่...ตลอดไปได้ไหมเดือน” เขาโผกอดเธอทันที ทั้งสามคนที่แอบลุ้นอยู่พากันโดดตัวลอยออกจากที่ซ่อน ส่งเสียงเชียร์ให้เขาหอมแก้มเธอ ภูผาประคองใบหน้าเธอไว้ บรรจงหอมแก้มเธอซ้ายขวา แล้วโอบเอวเธอไว้

“ยังไม่ตอบเลยว่าจะอยู่ที่นี่กับฉันตลอดไปหรือเปล่า” เขามองเธออย่างรอคำตอบ

กองเชียร์เห็นวงเดือนยืนนิ่งไม่ตอบ ร้องเชียร์ให้เขาจูบเธอ ภูผาเอาใจกองเชียร์ ยื่นหน้าเข้าไปจะจูบ เธอร้องเสียงหลงว่ายอมแล้ว ยอมอยู่ที่นี่กับเขาแล้ว ภูผาดีใจสุดๆส่งเสียงเฮลั่นประสานเสียงกับกองเชียร์ หนูน้อยโดดกอดคอพ่อผาไว้ แล้วถามแม่เดือนอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าจะอยู่กับเขาและพ่อผาตลอดไปใช่ไหม เธอพยักหน้ารับคำหนูน้อยยิ้มแก้มป่องโน้มคอเธอเข้ามาหา สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลม

“ฉันรักเธอนะ...วงเดือน”

“แล้วแม่เดือนล่ะครับ รักพ่อผาหรือเปล่า”

วงเดือนตอบเขินๆว่ารักเขาเช่นกัน หนูน้อย นายสว่างและดอยส่งเสียงเฮลั่นอีกครั้งหนึ่ง

“เราจะอยู่ด้วยกัน ช่วยกันดูแลไร่วงเดือนของพ่อผาแล้วก็ไร่เหนือฟ้าของแม่หนูนา...ตลอดไปนะ”

หนูน้อยและวงเดือนต่างรับคำ ทั้งสามกอดกันท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก

********อวสาน********

ละครเรื่อง ชิงนาง บทประพันธ์โดย : โอฬาร์กร
ละครเรื่อง ชิงนางบทโทรทัศน์โดย : อโณมา
ละครเรื่อง ชิงนางกำกับการแสดงโดย : กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง ชิงนางสร้างสรรค์โดย : โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
ละครเรื่อง ชิงนางแนวละครโดย : โรแมนติก - ดราม่า
ละครเรื่อง ชิงนางออกอากาศทุกวัน จันทร์ และวัน อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 ทีวีเพื่อคุณ
ละครเรื่อง ชิงนางเริ่มตอนแรก วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม 2555
ที่มา manager.co.th